การเหยียดเชื้อชาติกับโลกของฟุตบอล

เมื่อไม่นานมานี้มีคลิปดังหลุดจากโซเชียล ในกรณีของ 3 นักเตะจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ซิตี้ สโมสรดังจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เป็นประเด็นฉาวไปทั่วโลก หลังจากทั้ง 3 ราย มาซื้อประเวณีในไทย แล้วถ่ายคลิปออกมา ซึ่งในคลิปประกอบไปด้วยลักษณะการร่วมเพศหมู่ การใช้ถ้อยคำหยาบคายที่เป็นคำเหยียดเชื้อชาติของสาวโสเภณีไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังรณรงค์และยอมรับไม่ได้ในสังคมหมู่มาก ทั้ง 3 ราย ประกอบไปด้วย เจมส์ เพียร์สัน, ทอม ฮอปเปอร์ และ อดัม สมิธ ซึ่งหลังจากเรื่องฉาวออกมา ทางสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษแฟนบอลและยืนยันว่าจะลงโทษและควบคุมพฤติกรรมอย่างเด็ดขาดและจริงจัง สำหรับผู้ที่ทำความประพฤติไม่เหมาะสม
เรื่องการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ มีมานานแล้วในโลกฟุตบอล และคงจะหายขาดได้ยาก เพราะขนาดว่าสโมสรยังต้องออกกฎควบคุมแฟนบอล แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถคุมพฤติกรรมแฟนบอลในสนามได้ทุกคน มีนักเตะหลายรายเคยถูกกระทำและออกมาสนับสนุนในการเพิ่มบทลงโทษแก่ผู้ที่เหยียดผิวมากกว่านี้ เช่น

new_2191896233
ดานี่ อัลเวส

       ดานี่ อัลเวส นักเตะบาเซโลน่า โดนแฟนบอลบียาร์เรอัลโยนกล้วยลงมาในสนาม เพื่อเป็นการเหยียดสีผิวนักเตะรายนี้ แต่เขาตัดสินใจแก่ปัญหาด้วยการหยิบกล้วยมากิน เรียกเสียงปรบมือและเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย

เควิน ปรินซ์ บัวเต็ง ในเกมส์กระชับมิตรลีกอิตาลี เขาถูกแฟนบอลรุมโห่และด่าทอในเชิงเหยียดผิว ทำให้เขาเกิดอาการไม่พอใจ เตะบอลอัดใส่แฟนบอลกลุ่มนั้น และวอล์คเอ้าท์ออกจากสนาม ทำให้เกมนั้นต้องยุติลง

612562-01
ยาย่า ตูเร่

ยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ซิตี้ เคยถูกร้องตะโกนเหยียดผิวนับร้อยๆครั้งในการแข่งขันเพียงแมตซ์เดียว

เรื่องของการเหยียดเชื้อชาติเป็นเรื่องพฤติกรรมรายบุคคล ที่ไม่สามารถควบคุมได้ 100 เปอเซนต์ แต่ถ้าหากเราช่วยกันสอดส่องดูแลและห้ามปรามกัน โลกกีฬาและโลกของเราจะน่าอยู่ เกิดสันติภาพมากขึ้น